ลิปติดทน ยี่ห้อไหนดี พร้อมเทคนิคทาให้สีสวยไม่หลุดง่าย

ลิปติดทน

การเลือก ลิปติดทน เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ช่วยให้การแต่งหน้าในแต่ละวันสะดวกขึ้น เพราะไม่ต้องคอยหยิบลิปมาเติมทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะคนที่มีตารางงานต่อเนื่องและต้องการให้เมคอัพดูเรียบร้อยตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ลิปติดทนในปัจจุบันมีทั้งแบบแท่ง แบบจิ้มจุ่ม แบบทินท์ และแบบสองด้านที่รวมสีลิปกับกลอสไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ความติดทนของแต่ละสูตรจึงแตกต่างกัน รวมถึงฟินิชหลังทา เช่น แมตต์ ซอฟต์แมตต์ ซาติน และฉ่ำวาว ผู้ใช้ควรเลือกจากลักษณะการใช้งานและความชอบส่วนตัว

ลิปติดทนแบบไหนเหมาะกับใคร

ลิปแมตต์สำหรับคนที่ต้องการสีชัด

ลิปแมตต์เหมาะกับคนที่ต้องการให้สีปากโดดเด่นและดูคมชัด เนื้อลิปส่วนใหญ่มีเม็ดสีแน่นและให้ความเงาน้อย จึงเหมาะกับวันที่ต้องการแต่งหน้าแบบเต็มลุคหรือวันที่ไม่สะดวกเติมลิปบ่อย

อย่างไรก็ตาม ลิปแมตต์มีทั้งสูตรเนื้อแห้งและสูตรซอฟต์แมตต์ที่ให้ความนุ่มมากกว่า หากเป็นคนริมฝีปากแห้ง ควรเลือกสูตรที่เกลี่ยง่ายและมีส่วนผสมช่วยบำรุง พร้อมเตรียมปากก่อนทาทุกครั้ง

ลิปทินท์สำหรับลุคธรรมชาติ

ลิปทินท์เหมาะกับคนที่ชอบสีปากระเรื่อและลุคแต่งหน้าเบา ๆ เนื้อสัมผัสมักบางเบา เกลี่ยง่าย และสามารถเพิ่มระดับความเข้มได้ตามจำนวนครั้งที่ทา บางสูตรทิ้งสีสเตนไว้บนริมฝีปาก ทำให้สีไม่หายไปทั้งหมดเมื่อเนื้อลิปจาง

ลิปทินท์เหมาะกับวันเรียน วันทำงาน หรือวันที่ต้องการแต่งหน้าแบบรวดเร็ว แต่ควรเลือกสูตรที่ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้งและไม่ทิ้งสีเป็นด่างเมื่อสีเริ่มหลุด

ลิปสเตนสำหรับคนที่ไม่ต้องการเติมบ่อย

ลิปสเตนมีจุดเด่นเรื่องการทิ้งเม็ดสีไว้บนริมฝีปาก ทำให้สีดูติดอยู่ได้นานกว่าลิปบางประเภท แม้ความเงาหรือเนื้อลิปด้านบนจะลดลง เหมาะกับคนที่ต้องการให้ริมฝีปากยังมีสีหลังรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ

ข้อควรระวังคือ ลิปสเตนบางสูตรอาจแห้งเร็วและเกลี่ยยาก จึงควรทาทีละน้อยและรีบเบลนด์ให้ทั่วริมฝีปากก่อนที่เนื้อจะเซ็ตตัว

ลิปฉ่ำวาวสำหรับคนที่ชอบปากอิ่มฟู

ลิปฉ่ำวาวช่วยให้ริมฝีปากดูอิ่มและมีมิติ เหมาะกับการแต่งหน้าโทนสดใสหรือการสร้างลุคสุขภาพดี แม้ความติดทนอาจน้อยกว่าลิปแมตต์ แต่สามารถเพิ่มความทนได้ด้วยการลงลิปไลเนอร์หรือลิปทินท์เป็นเบสก่อน

หากไม่ต้องการให้ลิปกลอสไหลเยิ้ม ควรทาเฉพาะช่วงกลางริมฝีปากและหลีกเลี่ยงการลงผลิตภัณฑ์หนาเกินไป

วิธีเลือกลิปติดทนให้เหมาะกับโทนผิว

การเลือกสีลิปควรพิจารณาทั้งโทนผิวและโทนเมคอัพ โดยสีโทนอุ่น เช่น ส้มอิฐ พีช น้ำตาล และแดงอมส้ม เหมาะกับลุคที่ต้องการความสดใสและอบอุ่น ส่วนสีโทนเย็น เช่น ชมพูอมม่วง แดงเบอร์รี และกุหลาบ สามารถช่วยให้ลุคดูหวานหรือมีความโดดเด่นมากขึ้น

สำหรับคนที่ต้องการสีใช้งานง่าย ควรเริ่มจากสีชมพูตุ่น สีนู้ดน้ำตาล สีโรส และสีแดงก่ำ เพราะสามารถใช้ได้ทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน หากต้องการให้ใบหน้าดูสดใส ควรเลือกสีที่มีความเข้มกว่าสีริมฝีปากจริงเล็กน้อย

สิ่งที่ควรดูบนฉลากก่อนซื้อลิปติดทน

ลิปสติกติดทน
  • Long-lasting หรือ Longwear หมายถึง สูตรที่พัฒนาให้สีอยู่บนริมฝีปากได้นานขึ้น
  • Transfer-resistant หมายถึง คุณสมบัติที่ช่วยลดการถ่ายโอนสีไปยังแก้วหรือหน้ากาก
  • Waterproof หมายถึง สูตรที่ทนต่อน้ำในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่หลุดจากน้ำมันหรืออาหารทุกชนิด
  • Moisturizing หรือ Hydrating หมายถึง มีส่วนผสมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความแห้งตึง
  • Matte หรือ Soft Matte หมายถึง ฟินิชด้าน โดย Soft Matte มักให้สัมผัสนุ่มและสบายปากกว่าเนื้อแมตต์แบบแห้งจัด

ควรอ่านส่วนผสมและคำแนะนำการใช้งานเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่มีริมฝีปากแพ้ง่ายหรือเคยมีอาการระคายเคืองจากเครื่องสำอาง

เทคนิคทาลิปติดทนแบบมืออาชีพ

ก่อนทาลิป ควรเช็ดริมฝีปากให้สะอาดและทาลิปบาล์มบาง ๆ หากมีความมันมากให้ใช้ทิชชู่ซับออก เพื่อไม่ให้เนื้อลิปเลื่อนหรือหลุดง่าย จากนั้นจึงใช้ลิปไลเนอร์เขียนขอบปากและระบายด้านในบาง ๆ เพื่อสร้างฐานสี

ขั้นตอนการทาควรเริ่มจากปริมาณน้อยแล้วค่อยเพิ่มความเข้ม หากเป็นลิปจิ้มจุ่ม ควรปาดเนื้อลิปส่วนเกินออกจากหัวแปรงก่อนทา เพื่อป้องกันการลงสีหนาเกินไป หลังทาเสร็จควรปล่อยให้ลิปเซ็ตตัวโดยไม่เม้มปากหรือถูริมฝีปาก

สำหรับลุคที่ต้องการความติดทนมากขึ้น สามารถใช้เทคนิคทา–ซับ–ทาซ้ำ โดยทาลิปชั้นแรกให้ทั่วริมฝีปาก ใช้ทิชชู่ซับเบา ๆ แล้วลงลิปอีกครั้ง วิธีนี้ช่วยลดความมันส่วนเกินและทำให้สีดูแน่นขึ้น

วิธีทำให้ลิปติดทนโดยไม่ทำให้ปากแห้ง

การทาลิปติดทนไม่จำเป็นต้องแลกกับริมฝีปากแห้งเสมอไป หากเลือกสูตรที่เหมาะสมและดูแลปากอย่างสม่ำเสมอ ควรใช้ลิปบาล์มก่อนแต่งหน้าและเติมความชุ่มชื้นในช่วงกลางคืน โดยเฉพาะวันที่ใช้ลิปแมตต์หรือสูตรกันน้ำ

ไม่ควรสครับริมฝีปากแรง ๆ เพื่อหวังให้ลิปเรียบเนียน เพราะอาจทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ และเพิ่มความไวต่อการระคายเคือง หากมีผิวลอกควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่อ่อนโยนแทน

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการเลียริมฝีปากบ่อย ๆ เพราะน้ำลายอาจทำให้ปากแห้งมากขึ้น และควรดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อช่วยดูแลความชุ่มชื้นโดยรวม

วิธีเติมลิปติดทนระหว่างวันให้ดูเป็นธรรมชาติ

เมื่อสีลิปเริ่มจาง ควรประเมินก่อนว่าจางบริเวณใด หากหลุดเฉพาะกลางริมฝีปาก สามารถเติมสีเฉพาะจุดแล้วใช้นิ้วหรือแปรงเกลี่ยขอบให้กลมกลืน แต่ถ้าลิปเป็นคราบหรือมีเนื้อสะสม ควรเช็ดออกก่อนแล้วเริ่มทาใหม่บาง ๆ

สำหรับคนที่ใช้ลิปทินท์ อาจเติมสีด้วยการแตะทีละน้อยแล้วเบลนด์ทันที ส่วนคนที่ใช้ลิปแมตต์ควรเติมลิปบาล์มบาง ๆ หากรู้สึกแห้งก่อนลงสีใหม่ วิธีนี้ช่วยให้สีไม่จับตัวเป็นก้อนและทำให้ริมฝีปากดูเรียบขึ้น

การเช็ดลิปติดทนอย่างถูกวิธี

ลิปติดทนบางสูตรไม่สามารถเช็ดออกได้หมดด้วยน้ำเปล่า จึงควรใช้คลีนซิ่งสำหรับเครื่องสำอางกันน้ำหรือผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางบริเวณริมฝีปากโดยเฉพาะ เทผลิตภัณฑ์ลงบนสำลีแล้วกดค้างไว้สักครู่ จากนั้นเช็ดออกเบา ๆ โดยไม่ถูซ้ำแรง ๆ

หลังเช็ดลิป ควรล้างริมฝีปากให้สะอาดและทาผลิตภัณฑ์บำรุงทันที หากพบอาการแสบ คัน แดง หรือบวม ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์และสังเกตอาการ หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง

ลิปติดทน เลือกให้เหมาะก็สวยได้ตลอดวัน

ลิปติดทนมีหลายรูปแบบและตอบโจทย์การใช้งานแตกต่างกัน ลิปแมตต์เหมาะกับคนที่ต้องการสีชัด ลิปทินท์และลิปสเตนเหมาะกับลุคธรรมชาติ ส่วนลิปเนื้อครีมหรือลิปฉ่ำวาวเหมาะกับคนที่ต้องการความนุ่มและความอิ่มฟูของริมฝีปาก

ก่อนเลือกซื้อควรดูสภาพริมฝีปาก เนื้อสัมผัส สี และคำเคลมของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเตรียมริมฝีปากก่อนทาและเช็ดลิปออกอย่างถูกวิธี หากเลือกสูตรที่เหมาะกับตัวเอง ก็จะช่วยให้สีปากสวยนานขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเติมลิปตลอดทั้งวัน

Similar Posts